|
|
คำแนะนำในหารเลือกซื้อผลิตภัณฑ์
เนื่องจากมีผู้สนใจต้องการซื้อเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อไปใช้งาน
แต่ไม่ทราบว่าจะตัดสินใจอย่างไร?
ควรจะเลือก รุ่นหรือแบบใด?
ที่จะตรงกับความต้อง
การที่สุด
ทางเราจึงทำเป็นข้อแนะนำเบื้องต้นไว้ให้
เพื่อเป็นแนวทางการตัดสินใจ ดังนี้
1.
ความต้องการในการใช้งาน (Application)
หมายถึง เราต้องทราบว่าเราจะใช้ทำอะไร ตรวจ วัด
วิเคราะห์ อะไร?
เช่น ท่านต้องการ
วัดระดับความดังของสียงในที่ทำงานว่า เหมาะสมหรือไม่
ดังเกินไปหรือเปล่า ก็เลือกเมนู
"เครื่องวัดเสียง" หรือท่านต้องการวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง
(pH) ในน้ำ ก็
เลือกเมนู "ค่ากรด-ด่าง"
เป็นต้น
2. คุณสมบัติหรือคุณลักษณะของเครื่อง
(Specification) หมายถึงท่านต้องทราบข้อกำหนดของตนเอง
ข้อบังคับของภาครัฐ ว่ามี
อะไรบ้าง?
จึงจะเลือกอุปกรณ์ได้ถูกต้อง เช่น
โรงงานหรือสถานที่ทำงานมีเสียงดังเกินไปหรือไม่?
ท่านก็ต้องทราบถึงข้อบังคับว่าโดยกฎหมายแล้ว ใ้ห้มีค่าความ
ดังของเสียงไม่เกินหน่วยเท่าใด
(dB) หรือมีแสงสว่างเพียงพอในการทำงานหรือไม่?
ที่่เหมาะสมจะเป็นเท่าใด?
หรือกรณีต้องการวัดค่าความเป็น กรด-ด่าง
(pH)
ท่านก็ต้องทราบว่าต้องการช่วงวัดค่าระดับไหน
(Range)
ความแม่นยำ (Accuracy), ความละเอียด(Resolution)
เท่าใด?
ต้องการทศนิยมของค่ากี่ตำแหน่ง? เหล่า
นี้เป็นต้น
เมื่อทราบความต้องการแล้ว
จึงเลือกหาอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติตรงหรือใกล้เคียงที่สุด
อุปกรณ์หรือเครื่องมือทุกชนิดจะมีคุณสมบัติเฉพาะเครื่อง(รุ่น)
ที่แตก
ต่างกันออกไปตามมาตรฐานการใช้งาน
และจะเป็นตัวกำหนดราคาของอุปกรณ์นั้นๆ เช่นเครื่องวัด
pH ที่ต้องการ
Range 0-14 pH มีมากมาย ราคาจะต่างกัน
อยู่ที่
ค่าความแม่นยำ ความละเอียด ทศนิยมของค่าและส่วนประกอบอื่นๆ
ถ้าท่านต้องการใช้งานในห้องปฏิบัติการก็ต้องเน้นที่ความละเอียด ความแม่นยำ
แต่ถ้า
เพื่อการตรวจสอบอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นต้องเน้นความละเอียด
ก็ควรจะใช้ที่มีความละเอียดปานกลาง ก็จะมีราคาถูกลง
ตัวอย่างเช่น ท่านต้องการตรวจหาค่า pH
ของน้ำทิ้งหรือบ่อบำบัดน้ำเสีย ซึ่งตามข้อบังคับกำหนดค่ามาตรฐานที่มีทศนิยม เพียงตำแหน่งเดียว เช่นที่ 6.5-
8.5
ท่านก็ไม่จำเป็นต้องไปเลือกซื้อรุ่นที่มีทศนิยม 2-3
ตำแหน่งซึ่งจะมีราคาสูงและเกินความจำเป็น ดังนั้น
การเข้าใจในงานที่ต้องการจะเป็นส่วนสำคัญให้การ
เลือกตรงเป้าหมายที่สุด
หรือท่านชอบของแพงๆ หรูหรา ก็ไม่ว่ากัน ก็เหมือนกับท่านซื้อรถยนต์ 6
สูบ 4000 CC ทำความเร็วได้
200 กว่า กม/ชม แต่ไม่มีถนนให้วิ่ง และกฏหมาย
ให้ขับได้
90 กม/ชม นั่นแหละครับ
3. รูปแบบ (Design)
หมายถึงความสวยงาม ความลงตัว ความน่าใช้ สะดวกต่อการพกพา
และอื่นๆ ก็เป็นส่วนประกอบที่ท่านต้องตัดสินใจเอง ว่า
ชอบแบบไหนนอกเหนือไปจากความจำเป็นและหน้าที่ของอุปกรณ์
4. งบประมาณ (Budget)
หมายถึงงบประมาณหรือวงเงินที่ท่านตั้งไว้เพื่อการซื้ออุปกรณ์ชนิดนั้น
ถ้างบจำกัดก็อาจต้องลดคุณสมบัติของเครื่อง
ตามลงไปและเลือกเครื่องที่ใกล้เคียงที่สุด
5. การบริการหลังการขาย (Service)
ท่านควรเลือกผู้จำหน่ายที่สามารถดูแลและบริการเครื่องมือให้ท่านได้
มิใช่ขายหรือที่เรียกกันว่า "ขาย
แล้วทิ้งแบบตีหัวเข้าบ้าน"
ซึ่งพวกนี้จะพยายามหั่นราคาให้ต่ำ
เพราะเขาไม่รับผิดชอบการบริการ และจะมีข้ออ้างเสมอ อย่าลืมว่าท่านซื้ออะไร
เมื่อซื้อไปแล้ว
ท่านต้องใช้ไปอีกนาน เมื่อเกิด ปัญหาแล้วเขาดูแลท่านได้ก็นับว่าท่านเลือกผู้ขายได้ถูกต้อง
6.
เครื่องมือวัดทุกชนิดได้รับการเทียบค่ามาตรฐานและความแม่นยำมาจากโรงงานแล้ว
และจะตรงกับข้อกำหนดใน
Specification
ทุกประการ ท่านที่ต้อง
การใบ
Certificate
เป็นกรณีพิเศษ
ก็สามารถส่งสอบเทียบกับศูนย์สอบเทียบต่างๆ ตามความต้องการได้
เราทำธุรกิจ บนพื้นฐานของคุณภาพ
ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดมีการรับประกันตามเงื่อนไขของแต่ละยี่ห้อ
เรายึดถือความซื่อสัตย์และให้ความสำคัญกับลูกค้าของ
เราเสมอ เราอยากให้ท่านกลับมาใช้บริการเราอีก
เราเป็นผู้ประกอบการที่ยึดถือหลักมาตรฐาน
คุณภาพและการบริการหลังการขาย
เรามีนโยบายตอบสนองและขอบคุณลูกค้าของเราเป็นระยะๆ
และตามโอกาสอันควร
การลดราคาในแต่ละครั้งจะคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าโดยที่ลูกค้ายังคงได้รับการบริการหลังการขายอย่างดี
จากเรา
ผู้ประกอบการรายย่อยอื่นๆ ที่ลดราคาต่ำจนน่าใจหายนั้น อาจนำสินค้ามีตำหนิ
สินค้ามือสอง และอาจตัดลดด้านบริการหลังการขายออก
ไป ดังที่เราได้รับการติดต่อขอรับบริการกับเราหลายรายโดยที่มิได้ซื้อสินค้าจากทางเรา
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
0-2924 9717, 0-2924 9718
มือถือ 0-4014 2094
แฟ็กซ์ 0-2924 9718
E-mail : waterindex@hotmail.com,
waterindex@yahoo.com,
waterindex@gmail.com |